“การรอ คือความผิดพลาด” แนวคิดของ CFO ที่เปลี่ยนองค์กรด้วย AI การเรียนรู้ และการลงมือทำ

8 August 2026

Share on

“ชีวิตอุ๊ยเรียบๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ”

นี่คือประโยคแรกที่คุณอุ๊ย อาภาพร ฤทัยยานนท์ CFO บริษัท ซีเอชซี เคมีคอล จำกัด (CHC Chemical Company Limited) สมาชิกของ H.O.W. และผู้บริหารที่กำลังผลักดันการใช้ AI ในองค์กรได้บอกกับเรา

แต่ตลอดบทสนทนากว่าหนึ่งชั่วโมง ที่คุณอุ๊ยเล่าเรื่องชีวิต การทำงาน การเป็นแม่ การบริหารธุรกิจ กลับทำให้เรารู้สึกตรงกันข้าม เพราะสิ่งที่น่าสนใจของคุณอุ๊ย ไม่ใช่การเป็น CFO ไม่ใช่ธุรกิจที่ดูแลอยู่ หรือแม้แต่การเป็นคนที่ผลักดัน AI ในองค์กร หากเป็น “วิธีคิด” ของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง แต่ไม่เคยหยุดเรียนรู้ และไม่เคยหยุดลงมือทำ

 

 

จาก “ลูกสาวในโอวาท” สู่ “ผู้กำหนดทิศทางชีวิตตัวเอง”

คุณอุ๊ยเล่าว่าตัวเองเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ เป็นลูกคนเดียว และนิยามตัวเองว่าเป็นเด็กที่ “เชื่อฟังพ่อแม่” เธอเลือกเรียนวิศวกรรมเคมีที่จุฬาฯ ตามความต้องการของพ่อแม่ ทั้งที่จริงๆ แล้วชอบชีววิทยาและอยากเป็นหมอ หลังจากนั้นเดินทางไปศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินที่อังกฤษ

โลกแห่งความเป็นจริงเริ่มท้าทายเธอหลังอายุ 20 เมื่อเธอสูญเสียคุณแม่ และได้พบกับความจริงในครอบครัวที่คาดไม่ถึง เหตุการณ์เหล่านี้เปลี่ยนมุมมองของเธอจากคนมองโลกในแง่ดีแบบสุดโต่ง ให้กลายเป็นคนที่ “มองโลกตามความเป็นจริงมากขึ้น”

หลังเรียนจบคุณอุ๊ยถูกเรียกตัวกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัวและเผชิญกับความเห็นที่ขัดแย้งกับคุณพ่อ จนถึงจุดที่ต้องตัดสินใจก้าวออกมาเริ่มต้นใหม่กับธุรกิจของสามี กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เธอเข้มแข็งขึ้นในฐานะผู้บริหาร

จากลูกสาวที่เคยทำตามสิ่งที่พ่อแม่เลือกให้มาตลอด นี่อาจเป็นครั้งแรกๆ ที่เธอเลือกกำหนดทิศทางชีวิตของตัวเอง

 

 

บทเรียนของ CFO ที่สื่อสารไม่เป็น

แม้จะเรียนด้าน Finance มา แต่การเป็น CFO กลับเป็นอีกโลกหนึ่ง

ในช่วงแรก คุณอุ๊ยยอมรับว่าเธอเป็น CFO ที่ดูแลเพียงเงินเข้า-ออก (Cash Flow) เธอรู้วิธีดูงบการเงิน แต่ไม่รู้ว่าจะใช้ตัวเลขบริหารองค์กรอย่างไร ไม่รู้ว่าจะคุยกับฝ่ายขายอย่างไร ไม่รู้ว่าจะคุยกับวิศวกรอย่างไร ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเลข กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ทั้งองค์กรเดินไปในทิศทางเดียวกัน

เธอจึงกลับไปเรียนใหม่ ทั้งเรื่องการเงิน การบริหาร และการวางแผนธุรกิจ จนค่อยๆ เข้าใจว่า CFO ที่ดีไม่ใช่เพียงคนที่อ่านงบเก่ง แต่ต้องทำให้ทุกคน “เห็นภาพเดียวกัน”

จากเดิมที่เคยสั่งให้พนักงานทำตามขั้นตอน A-B-C โดยไม่มีคำอธิบาย คุณอุ๊ยเปลี่ยนมาใช้การ “สื่อสารด้วยตัวเลข” แทนที่จะบอกเพียงว่าต้องเพิ่มยอดขาย หรือต้องช่วยกันประหยัด เธออธิบายต่อว่า หากทำได้ กำไรจะเพิ่มขึ้นอย่างไร โบนัสจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหน และทุกคนจะได้อะไรจากเป้าหมายเดียวกัน

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนออกมาในผลประกอบการอย่างชัดเจน แม้ยอดขายลดลงจาก 80 ล้านบาทเหลือ 77 ล้านบาท แต่กำไรกลับเพิ่มขึ้นสวนทาง เพราะทั้งองค์กรเริ่มเข้าใจเรื่องต้นทุนและมาร์จิ้นมากขึ้น

ในธุรกิจล้างโรงงานปิโตรเคมี ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ราคาสูงและเคลื่อนย้ายเครื่องมือเข้าออกหน้างานตลอด คุณอุ๊ยให้พนักงานทำสัญลักษณ์สีบนอุปกรณ์ทุกชิ้น และตรวจสอบให้ครบก่อนออกจากไซต์ เพราะเครื่องมือที่หายไปเพียงชิ้นเดียว ไม่ได้เป็นแค่ของที่หาย แต่คือต้นทุนและกำไรที่หายไปของบริษัท เมื่อพนักงานเข้าใจความหมายของตัวเลข พวกเขาจึงเริ่มดูแลทรัพย์สินขององค์กรราวกับเป็นของตัวเอง

“เมื่อก่อนลูกน้องขอคนเพิ่ม เราก็ดูแค่ว่างานหนักไหมแล้วจ้างเพิ่ม แต่ตอนนี้เราคุยกันด้วยตัวเลขว่า ถ้าจ้างเพิ่มแล้วมาร์จิ้นเป็นอย่างไร ยอดขายจะเพิ่มขึ้นไหม ถ้าพนักงานเห็น Ending Reward หรือโบนัสที่ชัดเจนจากผลกำไรที่ทำได้ พวกเขาจะพร้อมเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกับเรา”

 

 

การเป็นแม่ กับการเป็นผู้นำ ใช้หลักคิดเดียวกัน

แม้จะประสบความสำเร็จในบทบาท CFO แต่คุณอุ๊ยยืนยันว่าอาชีพที่เธอ “รักมากที่สุด” คือการเป็นแม่

เธอเล่าว่าลูกสาวคือ “Purpose” หรือจุดมุ่งหมายในชีวิตที่สำคัญ เพราะหากไม่มีลูก เธออาจใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ โดยไม่มีแรงผลักดัน เนื่องจากเติบโตมาแบบไม่ลำบาก

สไตล์การเลี้ยงลูกของคุณอุ๊ยเน้นการ “ฝึกให้ช่วยเหลือตัวเอง” ให้ได้มากที่สุด ลูกตื่นเอง อาบน้ำเอง เตรียมกระเป๋าเอง แม้แต่ทอดไข่เจียวก็ทำเองได้ เพราะสำหรับคุณอุ๊ย ความรักไม่ใช่การทำทุกอย่างแทนลูก แต่คือการเตรียมให้เขาใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง เธอต้องการให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแกร่งและไม่สปอยล์จนเกินไป โดยมักบอกลูกเสมอว่าสิ่งที่แม่มีคือของแม่ ลูกต้องหาเลี้ยงตัวเองในอนาคต

หลักคิดเดียวกันนี้ ถูกนำมาใช้กับการบริหารทีม

เธอบอกว่าตัวเองเป็นเจ้านายที่ลูกน้องเข้าหาได้ ใจเย็น และพร้อมรับฟัง แต่ก็มีเส้นที่ชัดเจน เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจเพื่อประโยชน์ขององค์กร เธอจะไม่ปล่อยให้ความรักหรือความสงสารมากลบเหตุผล เพราะหากปล่อยให้มาตรฐานถูกลดลง คนทั้งองค์กรจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย

 

“การรอ คือความผิดพลาด”

ในบทบาท CFO คุณอุ๊ยไม่ได้หยุดอยู่แค่การดูตัวเลข แต่ยังพยายามนำ Data และ AI เข้ามาปรับวิธีทำงานขององค์กร

ในอดีต เธอเคยพยายามผลักดันให้ทีมใช้ซอฟต์แวร์ราคาแพง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะระบบใช้งานยาก พนักงานต้องกรอกข้อมูลมากขึ้น ขณะที่คนที่ได้รับประโยชน์จากข้อมูลกลับเป็นฝ่ายบริหาร พนักงานจึงไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมต้องเปลี่ยน

ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณอุ๊ยเข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากคนใช้ไม่เห็นว่าชีวิตของตัวเองดีขึ้นอย่างไร แทนที่จะรอซอฟต์แวร์สำเร็จรูป หรือรอให้พนักงานปรับตัวเอง เธอตัดสินใจเรียนเขียนโค้ดเอง โดยมีสามีคอยให้คำแนะนำ ใช้เวลาช่วงวันหยุดลองผิดลองถูกอยู่หลายวัน จนสามารถพัฒนาโมดูลบริหารจัดการเบี้ยเลี้ยงให้พนักงานกรอกข้อมูลผ่านโทรศัพท์ และส่งต่อเข้าสู่ระบบของฝ่าย HR และบัญชีได้ทันที

หลังจากนั้น จึงเริ่มไล่ดูงานของแต่ละแผนกว่า งานใด AI ช่วยได้ งานใดยังต้องใช้คน และงานใดควรเปลี่ยนวิธีทำทันที

“ผู้บริหารบางคนอาจสั่งแล้วให้ลูกน้องไปทำ แต่อุ๊ย ถ้าลูกน้องไม่ทำ อุ๊ยจะทำให้ดูเลย ถ้าอุ๊ยทำได้ คุณก็ต้องทำได้ ถ้าคุณมีวิธีที่ดีกว่า ก็บอก อุ๊ยจะทำวิธีคุณ แต่ถ้าวิธีอุ๊ยง่ายกว่า ก็ต้องทำวิธีอุ๊ย” วิธีคิดนี้เชื่อมโยงกับประโยคที่เธอยึดถือมาตลอด

“การรอ คือความผิดพลาด”

เพราะสำหรับคุณอุ๊ย การรอหมายถึงการที่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แปลว่ายังไม่ลงมือ พอไม่ลงมือ มันก็ไม่มีผลลัพธ์

“การที่คุณรอ แปลว่าคุณยังไม่ลงมือ พอคุณไม่ลงมือ มันก็ไม่มีผลลัพธ์ ถ้าลงมือแล้วผิด ไม่เป็นไร แต่ถ้ารอแล้วไม่เกิดอะไร สำหรับอุ๊ยนั่นคือความผิดพลาดที่แท้จริง”

 

 

HOW คือสังคมแห่ง “กัลยาณมิตร”

การเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ ทำให้ H.O.W. กลายเป็นอีกพื้นที่สำคัญของคุณอุ๊ย ตั้งแต่คอร์สด้านการเงินที่ช่วยให้เธอเข้าใจบทบาท CFO มากขึ้น ไปจนถึง AI Workshop ที่จุดประกายให้กลับไปลองเขียนโค้ดและพัฒนาเครื่องมือใช้ในบริษัทด้วยตัวเอง

แต่สิ่งที่เธอได้จาก H.O.W. ไม่ได้มีแค่เรื่องงาน

คุณอุ๊ยบอกว่า เซสชันเรื่อง Love Languages ของบอย โกสิยพงษ์ ช่วยให้เธอเข้าใจความสัมพันธ์กับสามีและลูกมากขึ้น ขณะที่ Workshop “สมุดเบาใจ” พาเธอกลับไปสำรวจว่า ตัวเองเป็นใคร ชอบอะไร และอยากใช้ชีวิตแบบไหน

เหนือกว่าความรู้ คือสิ่งที่คุณอุ๊ยเรียกว่า “กัลยาณมิตร” สังคมที่ผู้คนพร้อมเปิดรับและแบ่งปันมุมมองให้กัน แม้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“ทุกครั้งที่มา อุ๊ยไม่ได้คาดหวังอะไร แต่จะได้อะไรบางอย่างกลับไปเสมอ”

 

 

เมื่อเริ่มต้นบทสนทนา คุณอุ๊ยบอกเราว่า “ชีวิตอุ๊ยเรียบๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ” บางทีเธออาจพูดถูก หากความน่าสนใจหมายถึงชีวิตที่ต้องเต็มไปด้วยเหตุการณ์หวือหวา แต่สิ่งที่เราเห็นตลอดการพูดคุย คือผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง เพียงแต่ชอบเรียนรู้ และเมื่อเรียนรู้แล้วก็พร้อมลองทำจริง

จากลูกสาวที่เคยทำตามสิ่งที่พ่อแม่เลือกให้ สู่ CFO ที่กล้าตัดสินใจ กล้าลองเขียนโค้ดด้วยตัวเอง และกล้าบอกทีมว่า “ถ้าอุ๊ยทำได้ คุณก็ต้องทำได้”

บางทีสิ่งที่น่าสนใจในชีวิต จึงไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่เสมอไป แต่อาจเป็นการที่เราไม่หยุดเรียนรู้ และไม่ปล่อยให้ตัวเองยืนอยู่ที่เดิม เพราะอย่างที่คุณอุ๊ยบอกว่า “การรอ คือความผิดพลาด”

Share on

Most Popular