แนวคิดผู้นำ “Iberry Group” สร้างระบบแข็งแรงเป็นที่หนึ่ง

17 June 2025

Share on

จากวอลสตรีทสู่ครัวกลาง เบื้องหลังระบบ
ที่ทำให้ความครีเอทีฟเดินหน้าได้จริงของ Iberry Group

 

จากโลกของกราฟเส้น ผลตอบแทน และกำไรสูงสุด สู่โลกของกลิ่นหอม เสียงช้อนกระทบจาน และรอยยิ้มของคนอิ่มสุข

พี่ทิม โรจนินทร์ อรรถยุกติ ไม่ใช่เชฟ ไม่ใช่นักโฆษณา แต่เขาคือ ‘ลมใต้ปีก’ ของ Iberry Group ชายเบื้องหลังที่ไม่ได้แต่งจาน แต่ต่อระบบให้ของอร่อยเดินทางไปถึงคนจำนวนมากได้อย่างมีศิลปะ เบื้องหลังความครีเอทีฟที่ใครๆ เห็น คือระบบ วัฒนธรรม และโครงสร้างที่มองไม่เห็น ที่เขากับพี่ปลาค่อยๆ วางทีละชั้นอย่างเงียบๆ ตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

1. เส้นทางชีวิตและจุดเปลี่ยน

  • เติบโตในต่างประเทศ พ่อเป็นนักการทูต ทำให้ย้ายเมืองบ่อย เห็นโลกกว้างตั้งแต่เด็ก แต่เพิ่งได้เรียนรู้ “ประเทศไทยจริงๆ” ตอนอายุ 20
  • เรียนจบด้านการเงิน ทำ Institutional Trading และเคยทำงานที่ Goldman Sachs ซึ่งทำให้ได้เห็นว่า “เกมใหญ่ของโลก” เขาเล่นกันอย่างไร
  • ตัดสินใจกลับมาเมืองไทย แล้วได้พบ “คุณปลา” ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต
  • ออกจากโลกการเงินมาทำงานที่ CMG ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์โดยไม่สนเงินเดือน แต่ต้องการเข้าใจ “โลกจริง”
  • แม้ไม่เคยคิดว่าจะมาทำธุรกิจอาหาร แต่เชื่อว่าความทะเยอทะยานของตนเองสามารถพาไปสร้างสิ่งใหม่ได้

 

2. การร่วมงานกับ “คุณปลา” และการเข้าร่วม Iberry Group

  • คุณทิมมองว่าตนเองและคุณปลาเป็น “Alpha คู่กัน” ทั้งคู่มีพลังสร้างสรรค์สูง แต่ต่างคนต่างเติมเต็มกันคนละด้าน
  • เริ่มต้นจากการใช้ชีวิตและทำงานร่วมกัน จนกลายเป็นคู่ชีวิต
  • การทำงานกับภรรยาให้ราบรื่น คือค่อย ๆ ย่องเข้าไป เริ่มจากดูตัวเลข part time จนเข้าใจระบบ แล้วค่อยเติมให้ภาพรวมชัดขึ้น
  • คุณทิมเปรียบคุณปลาว่า “เค้ามีวิญญาณ Iberry ในทุกจังหวะ ตื่น กิน นอน อยู่กับ Iberry Group ตลอดเวลาใจเขาไม่แกว่งเลย ใครที่สัมผัสแบรนด์ ก็สัมผัสจิตวิญญาณเจ้าของของคุณปลาไปด้วย”
  • กรอบของคุณปลาคือ DNA ของบริษัท ทุกคนต้องเคารพ framework ด้านอาหารที่เธอวางไว้ เพราะนั่นคือจิตวิญญาณของแบรนด์
  • งานของคุณทิมคือการ “แปลงพลังความคิดสร้างสรรค์” ของคุณปลาให้กลายเป็นระบบที่สื่อสาร ชัดเจน และขยายได้

 

3. ความเชื่อผู้นำและทัศนคติที่ไม่หยุดเรียนรู้

  • “เราต้องรู้ว่าเราไม่รู้อะไร ถึงจะถามคำถามที่คมได้”
  • สนุกกับการหาความรู้ในสิ่งที่ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ ชอบรื้อทฤษฎีและแกะใหม่ให้เข้าใจจริง “ผมจะไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถามคำถามผิด แล้วพาบริษัทตกเหว”
  • พยายามไม่มองโลกแบบ A หรือ B แต่หา “C ที่อาจซ่อนอยู่”
  • ใช้ data + intuition ผสมกันเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ และย่อยข้อมูลให้ actionable ได้อย่างรวดเร็ว
  • ความครีเอทีฟต้องมีขอบ มีไว้ให้เฉพาะบางตำแหน่ง เพราะถ้าทุกคน Creative เองหมด องค์กรจะไม่เดิน
  • “ผมไม่เคยมองคู่แข่ง มันมีปัญหาที่ต้องแก้ ถ้ามองไม่เห็นปัญหา นั่นคือปัญหาอย่างนึง”

 

4. มุมมองต่อธุรกิจแบบ Puzzle ไม่ใช่แค่ Food

  • “ไม่ได้มองธุรกิจว่าเป็น food business แต่มองว่าเป็น challenge big puzzle อย่างนึง”
  • ความท้าทายของธุรกิจไม่ใช่แค่ต้นทุน แต่คือ “Human + Labour + Creativity”
  • การสร้าง impact ของทีมคือเป้าหมายหลัก ไม่ใช่แค่ maximize profit
  • “ชีวิตไม่ใช่แค่ Emotional หรือ Logical อย่างเดียว แต่ต้องแปลความรู้สึกให้กลายเป็นสิ่งที่ทำงานได้จริง”

 

5. การออกแบบองค์กรและระบบ

  • วางหลัก “People First” เป็นแกนกลางขององค์กร
  • แยกคนออกเป็น 3 กลุ่มหลักตามความถนัด เพื่อออกแบบระบบให้เหมาะกับแต่ละกลุ่ม
  • SOP ทุกขั้นตอนถูกย่อยให้เล็กที่สุด เพื่อให้สอนง่าย ทำซ้ำได้ เข้าใจง่าย และสามารถข้ามแบรนด์ได้ (Multi-brand ready)
  • พนักงานหน้าบ้าน เช่นพนักงานเสิร์ฟ ได้รับโครงสร้าง 80% ที่ทำซ้ำได้ภายใน 3 เดือน และอีก 20% เป็น soft skill ที่ช่วยให้ช่วยงานข้ามแบรนด์ได้
  • “เราต้องสร้างระบบให้แข็งแรงจากหลังบ้าน ไม่ใช่แค่ทำรสชาติให้อร่อย” วางระบบหลังบ้านแบบ Exponential เพื่อรองรับ Scale โดยไม่เสีย craft

6. ไม่ยึดเชฟ แต่ยึดระบบ

  • Iberry ไม่ใช้ “chef model” แบบ fine dining เพราะไม่อยากให้เมนูขึ้นอยู่กับคนใดคนหนึ่ง
  • ระบบถูกออกแบบให้คนไม่เคยเข้าครัวก็ทำงานได้ภายใน 3 เดือน
  • ใช้ production base + repeatable system เน้นความเสถียร มากกว่า hero model
  • ครัวกลางทำ base product ที่มีมาตรฐาน ส่วน final ปรุงที่หน้าร้าน
  • “มันไม่ง่ายที่จะสอนของที่อยู่ในหัวคน แต่เราก็ต้องหาวิธีถอดออกมาให้ได้”

 

7. การวัดผล & ความยืดหยุ่น

  • “บางอย่างไม่ต้องวัดด้วยตัวเลขเสมอ ต้องใช้ gut feeling ผสม analytic”
  • วาง JD ชัดเจน แต่เปิดให้ทีมเข้าใจว่า “ไม่ใช่แค่บทบาทของฉัน” ทุกคนต้องเข้าใจ flow ใหญ่
  • สอนหัวหน้างานให้รู้จักดูแลงานแบบ cross-functional เห็นทั้งภาพหน้าบ้านและหลังบ้าน
  • แก้ปัญหาแบบยั่งยืน ไม่ใช่แค่เอาพลาสเตอร์แปะ ฝึกให้ทีมมองภาพรวม และไม่ล้มซ้ำ

 

8. การกล้าลงทุนและท้าทายโมเดลเดิม

  • “iberry ไม่ใช่แค่ creative แต่เรายังเป็น ‘house’ ที่กล้าทดลอง”
  • ในตลาดเราไม่ได้เล่นแต่กลุ่มลูกค้า High-end หรือ mass แต่เลือกกลุ่มคนตรงกลางที่มีกำลังซื้อ
  • “เราไม่ทอยลูกเต๋าเปล่าๆ แต่ทำให้โอกาสออกแต้ม Double Six สูงที่สุด”
  • อนาคตยังมีพื้นที่ที่ยังไม่ถูก monetize เช่น franchise, JV, partnership
  • Simplify ที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ไม่ Cut Corners เช่น ฉีกถุง เข้าไมโครเวฟ เสิร์ฟ อันนั้นข้ามเส้น Artisan งาน Craft ที่เราเป็น” (เขาจะเตรียมวัตถุดิบ ชั่ง ตวง วัดจากหลังบ้านให้หน้าบ้านพร้อมปรุงเพื่อความรวดเร็วและคุณภาพที่ดีที่สุด)
  • “สุดท้ายผู้บริโภคไม่ต้องรู้ก็ได้ว่าเราทำอะไร แต่ขอให้รู้สึกว่า กินแล้วอยากกลับมาอีก”

 

9. Framework, Culture & Philosophy

  • “iberry ไม่ได้อยู่รอดเพราะ trend แต่อยู่ได้เพราะ culture ที่ยืดหยุ่น และคนที่โตไปด้วยกัน”
  • Framework ขององค์กรมีความซับซ้อน แต่สามารถ Simplify จนทุกคนเข้าใจได้
  • ทุกปัญหาคือโอกาสในการสอน “Problem Solving Skill” ให้กับทีม
  • “ในห้องประชุมของผม ไม่มีที่สำหรับ Emotional Response” ต้องแยกให้ออกว่าอันไหนคือ feeling อันไหนคือ fact
  • ไม่ใช่ทุกอย่างต้อง numerical base แต่บางอย่างเป็น guts feeling, iberry การวิเคราะห์ที่วัดผลและให้การบ้านตัวเองเพื่อพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

 

——————–
ส่งท้าย ก่อนสั่ง ’เตี๋ยวเนื้อกิน’
พี่ทิมคือคนที่ไม่ได้มองธุรกิจแค่เป็นการขายอาหาร แต่เห็นว่าทุกจุดในองค์กรคือ “ระบบที่แก้ปัญหาได้” ถ้าออกแบบดีพอ
เขาคือนักวิเคราะห์ที่เข้าใจมนุษย์ นักออกแบบวัฒนธรรมที่รู้ว่าระบบไม่ได้มีไว้แค่ให้ทำงาน แต่มีไว้เพื่อให้ “คน” เติบโตไปด้วยกันได้จริง

ในวันที่หลายองค์กรยังถกกันไม่จบ ว่าจะสร้างแบรนด์ให้มีชีวิตก่อน หรือสร้างระบบให้แข็งแรงก่อนดี iberry group เดินทางมาไกล และให้คำตอบผ่านการลงมือทำ ที่นี่ไม่ได้มีแค่แบรนด์ที่ดี แต่มี “ความเข้าใจ” ว่าแบรนด์นั้นควรเติบโตอย่างไร พร้อมกับ “คน” ที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังสร้างบางอย่างร่วมกัน

“และนั่นแหละ คือจานเด็ด ที่ไม่ต้องมีเชฟเป็นคนปรุง”

แต่กลับมี “รสมือชัดเจน” ของใครบางคน ซ่อนอยู่ในทุกระบบที่คุณมองไม่เห็น และความอร่อยในทุกคำ

#HouseofWisdom #iberry

Share on

Writer

เขียนโดย ตงตง ศรัณย์ ชินสุวพลา

Most Popular