ในยุคสมัยที่เราถูกไล่ล่าด้วยค่านิยมความสำเร็จที่ต้อง “เร็ว” และ “สั้น” ที่สุด คนรุ่นใหม่จำนวนมากจึงกระโจนเข้าหาทางลัด ไม่ว่าจะเป็นการรีบสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์หรือการชิงลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัวตั้งแต่วัยเริ่มทำงาน เพราะเกรงว่าการเป็น “ฟันเฟือง” ในองค์กรใหญ่จะทำให้เสียเวลาชีวิต แต่สำหรับ “คุณเก๋ อาทิตยา สูรพันธ์” แม่ทัพหญิงแห่ง Delta Electronics (Thailand) บริษัทที่มี Market Cap สูงที่สุดในตลาดหุ้นไทย เธอกลับมองเห็นคุณค่าของการทำงานในมุมที่ต่างออกไป เพราะเธอกำลังจะบอกเราว่า “ทางอ้อม” ที่ดูเหมือนช้า แท้จริงแล้วอาจเป็นทุนทางปัญญา ที่ AI และอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียไม่มีทางหยิบยื่นให้คุณได้
มุมมองที่น่าสนใจนี้ทำให้ Wisdom on the house อยากทำความรู้จักเธอเพิ่มมากขึ้น และอยากชวนผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จักหญิงเก่งและแกร่งคนนี้พร้อมกัน
จากพนักงานขาย สู่ County Manager
คุณเก๋เล่าว่า เส้นทางอาชีพไม่ได้เริ่มต้นจากความสำเร็จที่รวดเร็ว แต่เป็นการไต่เต้าอย่างมั่นคง ด้วยการเก็บเกี่ยวทักษะอย่างตั้งใจในแต่ละช่วงวัย
หลังจากจบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ (คอมพิวเตอร์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งในยุคนั้นเด็กจุฬาฯ มักจะมีทางเลือกหลักคือการไปทำงานต่างประเทศ หรือเข้าสู่องค์กรไทยยักษ์ใหญ่อย่างปูนฯ (SCG) และ ปตท. แต่เธอเลือกที่จะเข้าสู่โลกไอทีและศึกษาต่อด้าน Technology Management และ MBA เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บทางการบริหาร
งานแรกเริ่มต้นที่บริษัท Gable (บริษัทไอทีไทย) และต่อด้วย Nortel (บริษัทอเมริกา) ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจะมาปักหลักที่ Cisco Systems นานถึง 18 ปี ซึ่งที่นี่คือโรงเรียนขัดเกลาชั้นดีที่คุณเก๋เริ่มจากตำแหน่ง พนักงานขาย (Sales) ระดับเริ่มต้น แล้วค่อย ๆ ขยับเป็น Team Lead, BDM (Business Development Manager) จนก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้บริหารที่ดูแลคู่ค้า (Channels) ทั้งหมดในไทย จนชื่อของเธอถูกเรียกติดปากว่า “เก๋ ซิสโก้” เปรียบเสมือนนามสกุลประจำตัวในวงการ
จากนั้นได้ไปสะสมประสบการณ์บริหารระดับภูมิภาคที่ Schneider Electric ในตำแหน่ง Business President และร่วมงานกับพาร์ทเนอร์ของ Microsoft ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนถูกทาบทามให้มาดำรงตำแหน่ง County Manager ที่ Delta Electronics (Thailand)
โจทย์ของเธอที่นี่ไม่ใช่แค่การบริหารยอดขาย แต่คือการใช้ความเป็นมืออาชีพมาสร้าง “แบรนด์” ของ Delta ให้เป็นที่รู้จักในตลาด จากเดิมที่บริษัทแข็งแกร่งมากอยู่แล้วในฐานะผู้รับจ้างผลิต (ODM/OEM) ระดับโลก
ระบบอเมริกา vs ความเร็วแบบจีน : เลือกสนามให้ตรงกับทักษะที่อยากสร้าง
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่คุณเก๋ถอดรหัสออกมา คือความแตกต่างของ DNA องค์กร ซึ่งเธอเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่าแต่ละสมรภูมิต้องการทักษะคนละแบบ
- อเมริกา (Cisco): เน้น “ระบบ (System)” และ “ข้อมูล (Data)” ทุกอย่างถูกบริหารผ่าน Dashboard ที่แม่นยำ มีระเบียบปฏิบัติ (Execution) ที่ชัดเจน ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย (Diversity) และความสมดุล (Work-Life Balance)
- ยุโรป (Schneider Electric): คือ “จุดสมดุล (Middle Ground)” ที่ผสานระหว่างระบบระเบียบที่แข็งแรงกับพื้นที่ว่างให้พนักงานได้ใส่ความสร้างสรรค์ของตนเอง
- จีน/ไต้หวัน (Delta Electronics): เน้น “ความเร็ว (Speed)” และวัฒนธรรมแบบ “เถ้าแก่” ที่เน้นผลลัพธ์และการตัดสินใจที่ฉับไว
ความน่าสนใจคือบริบทธุรกิจของ Delta ในปัจจุบันที่กำลังทรานส์ฟอร์มจาก ODM/OEM (รับจ้างผลิต) ไปสู่การสร้าง Brand Building ของตนเอง นี่คือเหตุผลที่คุณเก๋ถูกจ้างมาเพื่อนำเอา “ความเป็นมืออาชีพ” จากระบบฝั่งตะวันตก มาผสมผสานกับ “ความยืดหยุ่นและการสร้างจากศูนย์” ของฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากในการทำงานระดับบริหาร และตรงกับทักษะที่เธออยากสร้าง
พลังของการสะสม “ต้นทุนทางปัญญา” ผ่านทางอ้อม
หลายคนอาจมองว่าการอยู่บริษัทเดียวนานๆ คือความเสี่ยง แต่คุณเก๋พิสูจน์ให้เห็นว่ามันคือการสะสม “ทุนทางปัญญา” ตรรกะที่คุณเก๋มอบให้เป็นข้อคิดสำหรับคนทำงานรุ่นใหม่คือ
“การเก่ง 6 เรื่องในเงินเดือนที่น้อยกว่า กับ การเก่ง 3 เรื่องในเงินเดือนที่มากกว่า”
เธอเลือกที่จะอยู่ในองค์กรที่ให้โอกาสในการเรียนรู้ที่มากกว่า เพราะในระยะยาว สกิลที่งอกเงยจาก 3 เป็น 6 หรือ 8 เรื่องนั้น คือต้นทุนมหาศาลที่เงินเดือนในระยะสั้นซื้อไม่ได้ และจะเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดเมื่อต้องออกไปกุมบังเหียนธุรกิจของตัวเอง
“บางครั้ง การเดินทางอ้อมเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มีคุณค่ามากกว่าการมุ่งตรงไปที่จุดหมายเพียงอย่างเดียว
เพราะประสบการณ์ระหว่างทาง คือสิ่งที่จะตัดสินว่า
เมื่อคุณไปถึงยอดเขาแล้ว คุณจะมีความสามารถในการรักษาความสำเร็จนั้นไว้ได้นานแค่ไหน“
ศิลปะการบริหารคนต่าง Gen
ปัจจุบันคุณเก๋ต้องดูแลถึง 6 Business Unit (BU) ที่มีความหลากหลายสูง ตั้งแต่กลุ่มโรงงานไปจนถึง Data Center โดยมีทีมงานโดยตรงกว่า 200 คน ซึ่งความท้าทายที่สุดคือ “การบริหารคนต่าง Gen”
- Gen Z: เธอเล่าถึงกรณีที่เด็กจบใหม่เข้ามาร้องไห้ หรือ ขอลาออกเพียงเพราะถูกกดดันเรื่องเดดไลน์ เธอจึงต้องเปลี่ยนจากการสั่งการเป็นเน้นความเข้าใจใน “ความอ่อนไหว” การบริหารเด็กยุคใหม่ไม่ใช่การใช้ไม้เรียวหรือแรงกดดัน แต่คือการประคับประคองและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพ
- Older Gen: ความท้าทายคือ “อีโก้” และกำแพงแห่งการเปลี่ยนแปลง คุณเก๋เลือกใช้ “กลยุทธ์ทางอ้อม” ในการบริหารคนกลุ่มนี้ เช่น การสื่อสารผ่านเพื่อนร่วมรุ่นของเขาเพื่อให้เกิดการยอมรับ หรือการลงมือทำให้ดูเป็นตัวอย่าง (Leading by Example) แทนการสั่งการตรงๆ เพื่อรักษาความสัมพันธ์และลดแรงเสียดทาน
ออกจากกะลาสู่โลกกว้างที่ HOW Bangkok
การก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกของสังคม HOW (House of Wisdom) คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คุณเก๋มองเห็น “โลกนอกเหนือจากที่เคยเห็น” จุดเริ่มต้นมาจากการได้รับการแนะนำจากผู้ใหญ่ที่เคารพซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่ม ให้ลองไปร่วมคลาสเรียนและกิจกรรมต่างๆ ในขณะที่เธอกำลังเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ Cisco
เธอตัดสินใจเข้าร่วมเพราะอยากเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้นและรู้จักผู้คนนอกวงการไอทีบ้าง คุณเก๋ยอมรับว่าก่อนหน้านี้เธอรู้สึกเหมือนเป็น “เจ้าแห่งจักรวาล” เพราะอยู่ในองค์กรใหญ่ที่ใครๆ ก็เข้าหา แต่เมื่อมาอยู่ที่ HOW เธอถึงได้รู้ว่าที่ผ่านมาเธออยู่ใน “กะลาที่สวยงาม” มาโดยตลอด สังคมนี้ทำให้เธอเห็นว่าโลกธุรกิจข้างนอกมองต่างจากในองค์กรอย่างไร และความเก่งที่แท้จริงไม่ได้วัดแค่ที่ความสำเร็จในงาน แต่วัดที่ประสบการณ์และการแบ่งปัน
เธอเรียนรู้วิธีการฟังจากพี่ๆ อย่างพี่โจ้และพี่กระทิง นำมาสู่การปรับใช้กับลูกน้อง 200 คนที่ Delta โดยการ “ฟังให้เยอะ เก็บคำตอบไว้สุดท้าย” เพื่อสร้าง Trust และ Connection นอกจากนี้แรงบันดาลใจจากความฟิตของสมาชิกใน HOW ทำให้เธอหันมาเล่น พิลาทิส (Pilates) อย่างจริงจังถึง 4 วันต่อสัปดาห์เพื่อจัดการความเครียดอีกด้วย
เป้าหมายสุดท้ายที่สูงกว่าตำแหน่ง คือการสร้าง Legacy
คุณเก๋มองว่า สุดท้ายแล้ว ชีวิตการทำงานไม่ใช่แค่การไต่เต้าไปสู่จุดสูงสุดขององค์กร แต่คือการเตรียมตัวสำหรับวันที่เรา “ถอดหมวก” ทั้งหมดออก ใครคือตัวเราที่แท้จริงเมื่อไม่มีตำแหน่งผู้บริหาร?
เป้าหมายสูงสุดของเธอจึงไม่ใช่การเป็นผู้บริหารระดับสูงไปตลอดกาล แต่คือการได้แต่ทำสิ่งที่ตรงกับตัวตนที่ชอบ “จัดแจงและจัดการ” ไปสร้างสรรค์สิ่งที่มีความหมายต่อสังคม เช่น การสร้าง “Senior Society” หรือศูนย์รวมภูมิปัญญาผู้สูงอายุ ที่ช่วยให้คนวัยเกษียณมีคุณค่าและอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี นี่คือการ “สร้าง” ขั้นสูงสุดที่ต่อยอดมาจากประสบการณ์ในโลกธุรกิจ
สุดท้ายคุณเก๋อยากฝากถึงน้องๆ เด็กรุ่นใหม่ว่า การทำงานในองค์กรใหญ่คือการ “เรียนรู้ระบบ” และ “การบริหารคน” ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่หาไม่ได้จากการเริ่มทำธุรกิจเองตั้งแต่วันแรก เธออยากให้คนรุ่นใหม่มองว่าปัญหาจากลูกค้าหรือเจ้านายคือครูที่ทำให้เราเติบโต และในยุคที่ AI เข้ามาแทนที่ ตลาดงานจะยิ่งยากขึ้นสำหรับเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ ดังนั้นการลองเดิน “ทางอ้อม” (Detour) บ้าง เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในชีวิตการทำงาน อาจมีคุณค่ามากกว่าการมุ่งสู่จุดหมายโดยตรงเพียงอย่างเดียว

