อยากได้กลิ่นเลือด ต้องถามฉลาม

14 January 2025

Share on

เจฟ ฮอฟแมน มหาเศรษฐีผู้สร้าง startup ระดับโลกมาหลายบริษัท เคยเล่าเรื่องการขอคำแนะนำที่ถูกต้องไว้ โดยเกิดจากการที่วันหนึ่งเจฟไปนั่งดูอเมริกันฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัยเล็กๆ อยู่ ควอเตอร์แบคที่เล่นวันนั้นเล่นได้ดีมาก คนรอบข้างก็พูดกันว่า คนนี้คอยดูสิ วันหนึ่งต้องไประดับอาชีพได้แน่ ในสนามก็มีเชียร์ลีดเดอร์ที่เด่นและสวยมากๆ อยู่คนหนึ่ง ผู้คนรอบๆ ก็บอกว่าคนนี้ต่อไปต้องได้เป็นดาราดังแน่

คุณเจฟก็มานั่งคิดสิ่งที่ได้ยิน และคิดต่อว่า ในวันนั้นน่าจะมีฟุตบอลระดับมหาวิทยาลัยนี้แข่งพร้อมๆ กันอยู่หลายพันคู่ แทบทุกสนามก็จะมีเสียงร่ำลือว่าคนนี้จะเทิร์นโปร คนนั้นน่าจะเป็นดาราเหมือนกัน แต่คนพูดทั้งหลายไม่ได้มีคุณสมบัติใดๆ ที่จะสามารถทำนายทายทักได้เลย ไม่มีใครเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล ไม่มีใครเป็นแมวมองมืออาชีพ เขาเลยเริ่มตระหนักว่า ไม่ว่าจะเป็นการหาเมนเทอร์ หรือการต้องการคำแนะนำในเรื่องธุรกิจใดๆ จะต้องหาคนที่รู้จริงและมีประสบการณ์จริงเท่านั้น

 

ผู้ประกอบการที่เก่ง เหมือนตุ๊กตาที่เด้งโผล่จากกล่อง

จากหลักการนี้ ถ้าใครอยากลงทุนในบริษัทเล็กๆ ที่เป็น startup หรือ SME ควรจะไปถามใคร ว่าอะไรคือหัวใจสำคัญที่ควรตัดสินใจลงทุนหรือไม่ลงทุน แน่นอนว่านักลงทุนระดับ Shark อย่างคุณบาร์บาร่า คอเคอรัน (Barbara Corcoran) ในวัยเจ็ดสิบห้าที่เป็นนักลงทุนในรายการ Shark Tank มากว่าสิบห้าปี ได้เห็น ได้ฟัง ได้ลงทุนกับบริษัทมาหลายร้อยหลายพันบริษัท ก็น่าจะเป็นคนที่รู้จริงและมีประสบการณ์จริงคนหนึ่งที่น่าถามอยู่ไม่น้อย

ในรายการสัมภาษณ์ พิธีกรถามบาร์บาร่าว่า ‘ผู้ประกอบการที่ดีที่น่าลงทุนนั้นมีลักษณะอย่างไร จากการที่เธอได้เห็นมาทั้งหมด’

คุณบาร์บาร่าบอกว่า ผู้ประกอบการที่เก่งนั้นจะเหมือนกับตุ๊กตาเด้งได้ที่โผล่มาจากกล่อง (jack in the box) ไม่ว่าเราจะยัดจะกดมันกลับไปในกล่องกี่ครั้ง มันก็จะเด้งกลับมาใหม่เสมอ เพราะหลายครั้งที่คุณบาร์บาร่าลงทุนไป ที่ไม่รอดคือ คนที่พลาดแล้วลุกไม่ขึ้น ดังนั้น ความอึดถึกทน ล้มแล้วลุกได้ (resilience) จึงเป็นคุณสมบัติหลัก ไม่จำเป็นต้องฉลาดก็ได้ แต่ต้องไม่ยอมแพ้ เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ไม่โทษโน่นโทษนี่ และมองไปข้างหน้าเสมอ

 

ในประเทศไทย ชาร์คหมู ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ หรือหลายคนรู้จักในนาม หมู Ookbie ก็เป็นนักลงทุนที่เจอบริษัทเล็กใหญ่มากมาย ตั้งแต่เป็นคนร่วมก่อตั้งกองทุน 500 tuktuk ลงทุนใน SME ส่วนตัวก็หลายบริษัทก่อนมาเป็นชาร์คในรายการต่ออีกหลายปี ผมเคยถามหมูว่าเวลาตัดสินใจลงทุนใน startup นี่ใช้เกณฑ์อะไรเพราะ startup ส่วนใหญ่ผลประกอบการก็ยังไม่มี ข้อมูลอะไรก็หาได้ยาก ไม่มีอะไรให้วิเคราะห์เลย

หมูบอกว่า เวลาดูก็ดูทั้งคนและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์คือก็ต้องไปลองใช้เองด้วยถ้าทำได้ ในส่วนคนก็คือดูว่าคนที่เป็นเจ้าของอยู่จะสามารถสร้างการเติบโตให้กับผลิตภัณฑ์นี้ได้หรือไม่ และมีศักยภาพพอที่จะดึงคนเก่งๆ มาร่วมงานได้หรือไม่ คุยแล้วถ้าย้อนเวลาไปตอนเราเด็กๆ เราอยากเป็นลูกน้องคนนี้รึเปล่า ดูมีเมตตา สอนงานเราได้รึเปล่า เพราะคนที่มีคาแรกเตอร์แบบนี้ถึงจะสามารถดึงน้องเก่งๆ มาร่วมงานด้วยได้

แล้วลองคิดต่อว่า ถ้าจะต้องทำแข่งกับเขาโดยใช้ทีมงานเรา เราจะมีโอกาสชนะหรือไม่ ไม่ว่าในมุมเทคโนโลยี ความรู้ลึกๆ หรือความทุ่มเท ถ้าดูแล้วยากก็แสดงว่าคนอื่นก็มาแข่งด้วยยาก ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งในการตัดสินใจลงทุนในธุรกิจ startup ที่ไม่ได้มี track record อะไรให้พิจารณาได้เท่าไหร่นัก

ถ้าใครกำลังจะลงทุนในบริษัท startup หรือ SME ที่ยังไม่รู้จะใช้เกณฑ์อะไรตัดสิน บทเรียนจากชาร์คทั้งสองที่คร่ำหวอดกับการลงทุนมานาน ลองผิดลองถูกจนเป็นผู้เชี่ยวชาญในระดับชาร์ค ก็น่าจะช่วยชี้ทาง ชี้ปัจจัยประกอบการลงทุนได้บ้าง ในทางกลับกัน การที่จะเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ คำแนะนำของชาร์คก็น่าจะซ่อนคำตอบอะไรบางอย่างอยู่ในนั้นเช่นกัน

Share on

Writer

เขียนโดย ธนา เธียรอัจฉริยะ

Photographer

H.O.W. Photographer

Most Popular