เมื่อ “การปล่อยมือ” คือวิธีคิดที่ทำให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน

18 October 2026

Share on

วันนี้ทีมงาน WOH มีนัดกับ HOW member ทายาทรุ่นที่ 2 ของเครือเตียวฮงสีลม คุณกอล์ฟ วรเทพ ศิริรัตน์อัสดร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท THS Growth  ที่ก้าวเข้ามาแบกรับและสืบทอดธุรกิจครอบครัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบดี กับแนวทางการบริหารธุรกิจที่ไม่ใช่เรื่องของการสร้างอาณาจักรให้ยิ่งใหญ่ แต่คือการทำอย่างไรให้องค์กรอยู่ได้อย่างยั่งยืนที่สุด 

 

จากเด็กหนุ่มเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่ต้องกลับมาช่วยงานที่บ้าน สู่การเป็นผู้บริหารที่ปลดล็อกทั้งธุรกิจและจิตใจของตัวเอง จนได้คำตอบว่า “Wisdom ที่แท้จริงของการเป็นผู้นำ คือการลดอคติและอีโก้ของตัวเองลง”

บ้านกับที่ทำงานคือที่เดียวกัน

คุณกอล์ฟเล่าชีวิตวัยเด็กให้ฟังว่า ทุกวันตอนกลับจากโรงเรียนก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 8 ของตึกออฟฟิศบนถนนสีลม เพราะชั้นนั้นคือบ้านของเขา

คุณแม่ทำงานอยู่ชั้น 2 พ่ออยู่ชั้น 4 เขาจึงคุ้นกับการเดินเข้าออกออฟฟิศตั้งแต่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโตขึ้นจะทำงานอะไร ปิดเทอมบางวันก็ลงมาเล่นเกมคอมพิวเตอร์ในสำนักงาน เห็นพ่อแม่และพี่ ๆ ทำงานเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต

พ่อของคุณกอล์ฟเสียชีวิตตอนเขาเรียนอยู่ ม.3 หลังจากนั้นพี่ชายพี่สาวเข้ามาช่วยดูแลธุรกิจ เมื่อเรียนจบเศรษฐศาสตร์จากธรรมศาสตร์ เขาจึงกลับมาช่วยงานที่บ้านด้วย

“ที่บ้านไม่ได้บังคับ แต่เราเห็นพี่ชายพี่สาวทำงานหนัก เราก็ยินดีที่จะเข้ามาช่วยทำ”

การเข้ามาทำธุรกิจครอบครัวสำหรับเขาจึงไม่ใช่เรื่องของการทำตามคำสั่ง ขณะเดียวกัน คนในบ้านก็เปิดให้เลือกว่าจะทำงานส่วนไหน คุณกอล์ฟได้ลองหลายอย่าง จนรู้ว่าตัวเองชอบอะไรและไม่ถนัดอะไร

 

 

ลูกเจ้าของที่เริ่มจากตำแหน่ง Project Coordinator

คุณกอล์ฟเล่าว่าตัวเองไม่ได้เริ่มงานด้วยตำแหน่งผู้บริหาร ตำแหน่งแรกของเขาคือ Project Coordinator เขาเลือกที่จะทิ้ง “หัวโขน” ของการเป็นเจ้าของไว้เบื้องหลัง และใช้ชื่อตำแหน่งธรรมดา ๆ เข้าหาคู่ค้าและพนักงานหน้างาน

ช่วงนั้นธุรกิจของครอบครัวมีหลายอย่าง เขาจึงได้ลองเรียนรู้งานในแต่ละส่วน งานไอทีเป็นหนึ่งในงานที่เขาลองแล้วรู้ว่าไม่ถนัด ส่วนงานวัสดุก่อสร้างทำให้เขาได้พบสถาปนิกและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้เดินงานแสดงสินค้าเพื่อหาวัสดุใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในเมืองไทย

เขาเคยอยากเรียนสถาปัตยกรรม แม้ไม่ได้ไปทางนั้น แต่งานที่ทำก็ยังพาเขาไปอยู่ใกล้สิ่งที่ชอบ

คุณกอล์ฟบอกว่าตัวเองสบายใจกับตำแหน่งเล็ก ๆ ในวันนั้น ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นลูกเจ้าของอยู่แล้ว ชื่อตำแหน่งที่ใหญ่กว่านี้มีแต่จะเพิ่มแรงกดดัน และอาจทำให้การเข้าไปเรียนรู้งานกับคนอื่นยากขึ้น

“นามสกุลคุณก็เขียนอยู่แล้วว่าคุณคือ Family เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องถือตำแหน่งอะไรใหญ่โต ไปทำงานให้เต็มที่ดีกว่า”

เติบโตมาจากการ “ฟังลูกค้า”

เตียวฮงสีลม เป็นองค์กรที่แตกไลน์ธุรกิจหลากหลาย ตั้งแต่การเป็นพาร์ทเนอร์ลิฟต์ Mitsubishi, รับเหมางานระบบ (THS Development) , นำเข้าวัสดุก่อสร้าง, ธุรกิจไอที ไปจนถึงอสังหาริมทรัพย์

ล่าสุดขยับไปทำระบบจอดรถอัตโนมัติ (THS Parking) และ ธุรกิจบริหารจัดการพลังงานความเย็น (THS Innovation)

หลายคนอาจมองว่าธุรกิจกระจายตัวเกินไป แต่คุณกอล์ฟบอกว่า แต่ละธุรกิจต่อเนื่องกันเป็น Solution ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

“ทุกนวัตกรรมที่บริษัทเอาเข้ามาในไทย ไม่ได้เริ่มต้นจากความอยากขายของบริษัท แต่เริ่มจากสิ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า”

ไม่ว่าจะเป็นระบบจอดรถอัตโนมัติ มาจากลูกค้าโครงการมหานครต้องการใช้ระบบนี้ในอาคาร หลังจากเคยทำงานร่วมกับทีมของคุณกอล์ฟมาแล้ว ในส่วนของการรับเหมาวางระบบ ทำให้ลูกค้ามั่นใจในกลุ่ม THS โดยเขาเริ่มจากการทำงานกับผู้ผลิตเกาหลี ก่อนขยายไปทำงานกับญี่ปุ่นด้วย

สำหรับคุณกอล์ฟ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่หาของมาติดตั้งให้ได้ ระบบลักษณะนี้ต้องมีคนซ่อมบำรุงและรับผิดชอบต่อไปอีกนาน ลูกค้าจึงต้องเชื่อใจว่าทีมของเขาจะอยู่ดูแลหลังส่งมอบงาน

ส่วนธุรกิจบริหารจัดการพลังงานความเย็น จากเดิมที่มีทีมดูแลระบบและบำรุงรักษาอาคารอยู่แล้ว คุณกอล์ฟเห็นโอกาสให้บริษัทเข้าไปลงทุนติดตั้งและดูแลระบบผลิตน้ำเย็นสำหรับเครื่องปรับอากาศ แทนที่เจ้าของอาคารจะต้องลงทุนซื้อเครื่องและบริหารจัดการเอง

“เราไม่ได้อยู่ ๆ ก็คิดจะเอาอะไรมาขาย แต่เราโตมาจากการฟังความต้องการของลูกค้า พอเขาไว้วางใจเรา ลูกค้าจึงมั่นใจที่จะบอกความต้องการของเขา อยากให้เราช่วยจัดการให้หน่อย DNA ของเราจึงเป็นการทำตัวเป็นพาร์ทเนอร์ที่พึ่งพาได้”

 

Unlocking Ego จาก “เจ้าของ” สู่การเป็น “ผู้สร้างระบบ”

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของคุณกอล์ฟ เกิดขึ้นจากการตกผลึกแนวคิดเรื่อง Life Cycle ขององค์กรกับผู้บริหาร

เขาพบว่าตัวเองมีความสุขและทำได้ดีกับการ “สร้างธุรกิจจาก 0 ถึง 1” หรือ Set up และรันบริษัทให้ติดลมบน แต่เมื่อบริษัทเติบโตถึงจุดหนึ่งที่ต้องการความเป็นมืออาชีพ บทบาทของ “ความเป็นเจ้าของ” อาจกลายเป็นอุปสรรคหากไม่ยอมปล่อยมือ

สิ่งที่คุณกอล์ฟทำคือการเปิดโอกาสให้พาร์ทเนอร์ญี่ปุ่นที่มีความชำนาญเข้ามาช่วย เพื่อวางโครงสร้างบริษัทให้แข็งแกร่ง 

รวมถึงการเริ่มเปิดทางให้ผู้บริหารที่เป็นคนนอกได้รับผิดชอบมากขึ้น เขาอยากให้คนทำงานเห็นว่ามีโอกาสเติบโตไปถึงระดับกรรมการได้จริง ไม่ใช่หยุดอยู่ที่ตำแหน่งหนึ่งเพราะไม่ได้เป็นคนในครอบครัว

แต่การเปิดทางให้คนอื่นไม่ได้จบที่การเปลี่ยนชื่อตำแหน่ง ต้องให้เขามีโอกาสตัดสินใจและรับผิดชอบงานจริงด้วย ซึ่งเป็นส่วนที่คุณกอล์ฟยอมรับว่ายากสำหรับตัวเอง

บางเรื่องคุณกอล์ฟเห็นปัญหาแล้วรู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร ถ้าลงมือเอง งานอาจจบเร็วกว่า แต่ผู้บริหารที่กำลังรับช่วงมีวิธีทำงานอีกแบบ เขาต้องคุยกับทีม วางขั้นตอน และให้คนอื่นทำต่อ

ช่วงแรกคุณกอล์ฟต้องฝืนความเคยชินที่จะเข้าไปจัดการเอง ก่อนเริ่มเห็นว่า หากเขาทำแทนทุกครั้ง คนอื่นก็จะไม่มีพื้นที่ในการฝึกทำ

เมื่อวางใจและลดอีโก้ลงได้แล้ว จึงค่อย ๆ ปล่อยมือจากธุรกิจ ให้มืออาชีพเข้ามาบริหาร

 

 

Wisdom จาก HOW

คุณกอล์ฟบอกว่าการเปลี่ยนวิธีคิดของตัวเองไม่ได้เกิดจากการฟังใครพูดเพียงครั้งเดียว เขาค่อย ๆ เก็บมุมมองจากหลายคน ตั้งแต่หลักสูตร ABC จนมาถึง HOW แล้วนำกลับมาคิดต่อกับสิ่งที่เจอในงาน

เขาชอบฟังคนเล่าวิธีสร้างธุรกิจและวิธีแก้ปัญหาของตัวเอง ทั้งคนที่ทำงานมานานและคนรุ่นใหม่ เพราะแต่ละคนทำให้เห็นทางที่เขาอาจไม่เคยนึกถึง

ส่วนเรื่องการบริหาร เขาบอกว่าการได้ฟังประสบการณ์หลายแบบช่วยให้ค่อย ๆ มองเห็นขอบเขตความถนัดของตัวเองชัดขึ้น และกล้ายอมรับว่าถึงเวลาต้องให้คนที่เหมาะกับงานช่วงต่อไปเข้ามาทำ

             “มันไม่ได้มีหนึ่งเรื่องที่ฟังแล้วเปลี่ยนเลย มันมาจากหลาย ๆ อย่าง แล้วเราก็เอามารวมกัน”

สำหรับคุณกอล์ฟ HOW จึงเป็นที่ที่เขาได้ฟังวิธีคิดจากคนหลากหลายวัย แล้วกลับไปถามตัวเองว่า วิธีไหนนำไปใช้กับธุรกิจและชีวิตของเขาได้จริง

ธุรกิจที่เปิดทางให้ลูกหลานเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำ

คุณกอล์ฟเข้ามาทำงานที่บ้านด้วยความเต็มใจ คนในครอบครัวให้เขาลองทำ ลองผิด และเรียนรู้เอง เขาจึงอยากให้หลาน ๆ มีสิทธิเลือกทางของตัวเองเช่นกัน

“เราต้องดีใจว่าเราสร้างธุรกิจเราได้ดีพอ จนเขาจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้”

เขามองว่า บริษัทควรอยู่ต่อได้โดยไม่ต้องรอว่าลูกหลานคนไหนจะกลับมารับช่วง ปัจจุบันเขาจึงทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ญี่ปุ่นและผู้บริหารไทย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันจนบริหารบริษัทได้ โดยคนในครอบครัวค่อย ๆ เปลี่ยนไปอยู่ในบทบาทที่ช่วยสนับสนุนเมื่อจำเป็น

ความสำเร็จในฐานะผู้นำรุ่นที่ 2 ของคุณกอล์ฟ จึงไม่ใช่การสร้างยอดขายหรือขยายอาณาจักร แต่คือการรู้ว่า “ช่วงเวลาไหนควรลุยเอง” และ “ช่วงเวลาไหนควรส่งต่อให้มืออาชีพ” เพื่อให้สิ่งที่ครอบครัวสร้างมา สามารถคงอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืน



Share on

Most Popular